เข้าสู่ระบบ
ความประทับใจแรกของเกม Overwatch 2 Beta

ความประทับใจแรกของเกม Overwatch 2 Beta

General “jjirahat1998”

เป็นเวลากว่า 3 ปีที่ทาง Blizzard ได้ประกาศพัฒนาเกม Overwatch 2 สุดท้ายทางผู้พัฒนาได้ปล่อยเกมมาให้คนเล่นในเวอร์ชั่น Beta กันแล้ว

ในวันที่ 27 เมษายนที่ผ่านมา ทาง Blizzard Entertainment ได้ปล่อยสิทธ์การเล่นเกม Overwatch 2 เวอร์ชัน Beta ทั้งสองช่องทาง ไม่ว่าจะเป็นสิทธ์การลงทะเบียนล่วงหน้า หรือชม Live Streaming กับช่องที่ร่วมรายการผ่านแพลตฟอร์ม Twitch.tv

แต่หลังจากที่มีการปล่อยสิทธ์ให้เล่นกันแล้ว เสียงของคำวิจารณ์ก็แตกออกเป็นทั้งสองเสียง บ้างก็ว่าเกมทำออกมาสนุก ภาพออกมามีสีสัน บ้างก็ออกมาว่า ยังไม่ดีเท่าที่ควร ระบบบางอย่างยังไม่บาลานซ์ ฉนั้นทาง GosuGamers Thailand จะเป็นตัวแทนในการรออกมาอธิบายในด้านที่ดี และไม่ดีของเกม Overwatch 2 กันครับ

User Interface Design

ถึงแม้เกมจะเป็นส่วนสำคัญ แต่ก่อนจะเข้าเกมก็ต้องเจอส่วนที่เป็น User Interface(UI) ก่อน เช่น หน้าเมนู, การวางภาพ, ขนาดตัวอักษร หรือปุ่มกดต่าง ๆ

โดยการกดเข้ามาในเกม Overwatch 2 ของใครหลาย ๆ คนก็คงตกใจกันไม่น้อย เพราะช่วงที่มีข่าวออกมาโชว์ภาพหน้าเกมในรูปแบบ Concept Art องค์ประกอบทุกอย่างครบถ้วนเหมือนกับ Overwatch 1 แต่กลับเป็นว่าในเวอร์ชั่น Beta นี้เข้ามาแล้วมีเพียงสองเมนูหลัก ๆ เท่านั้น!! นั้นคือ VERSUS และ HEROES

  • หน้าต่างภาพหน้าเมนูของเกม Overwatch 2 เวอร์ชัน Beta

  • ภาพ Concept Art จากคุณ Jayson Kirby นักออกแบบ User Interface ระดับซีเนียร์

ในหมวดของ VERSUS สามารถเล่นได้เพียง 3 โหมดเท่านั้น ได้แก่ Unranked, Custom Games และ Training Practice Range

ส่วนการออกแบบ Icon หรือปุ่มกดต่าง ๆ ทำออกมาได้เข้ากับ Theme ของเกม Overwatch 2 อย่างลงตัว

  • หน้าต่าง Custom Games

  • หน้าต่าง Heroes (Hero Gallery)

โดยรวมแล้วส่วนของ User Interface Design ทำออกมาได้ดี ทั้งในเรื่องของการออกแบบที่มีความ Modern และสวยงาม เข้ากับ Theme ของเกมได้อย่างดี และยังสามารถทำให้คนเข้าใจถึงหลายละเอียดต่าง ๆ เพียงการมองเห็นเท่านั้น แต่บางจุดที่เข้าไปทำให้เราแสบตาแบบไม่ทันตั้งตัวก็ตาม

องค์ประกอบภายในเกม (Graphic Design, Sound, และ Character Design)

เนื่องจากเกมภาคแรกกับภาคสองห่าง 6 ปี รวมถึงการพัฒนาตัวเกมนานถึง 3 ปี และทาง Blizzard ก็ไม่ทำให้เราผิดหวังซักเท่าไร(หรือปล่าว??)

ส่วนแรกคือ Graphic Design ตัวงาน Art งานภาพของเกมทำออกมาได้สวยงามตามเกมระดับ AAA ในปี 2022 รายละเอียดของเก่าจาก Overwatch 1 ก็ปรับ, ทำใหม่ออกมาได้อย่างดี แต่สิ่งทำคัญที่สุดคือเรื่องแสงเงาที่ทำดีมาก ๆ ในด่านช่วงตอนกลางวันอาจจะไม่เห็นผลมาก แต่ด่านช่วงเวลาเย็น ๆ เราจะได้เห็นประสิทธภาพของแสงเงาได้อย่างดีที่สุด

ต่อมาเป็นเรื่องของ Sound ต่าง ๆ จะแบ่งเป็น 3 ส่วนด้วยกัน ได้แก่ เสียงของ Heroes, เสียงบรรยากาศ และเสียง Effect อื่น ๆ ภายในเกม

โดยส่วนของ Heroes บางตัวได้รับการปรับออกมาให้เสียงปืนมีความ Impact ขึ้น, หนักแน่นขึ้น แถมเท่ขึ้นด้วย ต่อมาเสียงบรรยากาศยังไม่ได้ต่างจากภาคแรกมาก แต่ด้วยเสียงที่ดีอยู่แล้ว เลยทำให้ไม่ได้ฟังแล้วติดขัดอะไร สุดท้ายคือเสียงคือ Effect อื่น ๆ ภายในเกม เช่นหน้าเมนู ก็ได้ปรับให้มีความ Modern มากขึ้น และยังทำให้ฟังแล้วลื่นหูเป็นอย่างมาก

Gameplay (เกมการเล่น, Map Design, Map และ Mode ใหม่)

เป็นจุดที่หลาย ๆ คนค่อนข้างกังวลอย่างมาก หลังจากที่ทีมงาน Overwatch ได้ตัดสินใจปรับรูปแบบการเล่นจาก 6v6 เป็น 5v5 เพราะอาจจะทำให้เกมไม่สนุกเท่าที่ควร แถมยังทำลายเอกลักษณ์บางอย่างของเกมออกไปด้วยเช่นกัน

แต่ทางทีมงานก็แสดงให้เห็นแล้วว่า 5v5 ก็สามารถทำให้สนุกได้ เพราะว่าการ Rework บางตัวละครที่ทำได้ดีขึ้น อย่าง Orisa ที่ถูกเอาโล่ และ Ultimate ที่ไม่ได้มีประโยชน์ในบางสถานการณ์ออกไป และแทนที่ด้วยอาวุธใหม่นั้นคือ “หอก” ที่ทำให้เจ้าตัวมีประโยชน์มากขึ้นในหลาย ๆ ครั้ง 

หรืออีกหนึ่งตัวที่ถูกเปลี่ยนหนักมากอย่าง Doomfist หลังจากได้รับการเปลื่ยนจาก DPS เป็น Tank นั้นก็ทำให้เจ้าตัวมี Damage ที่เบาลง แต่ก็แลกกับการที่ยืนได้นานขึ้น แต่เขาก็ยังเป็นตัวที่น่ารำคาญเหมือนเดิม(อาจจะมากกว่าเดิมด้วยซ้ำ) และอีกหนึ่งตัวที่ผมชอบที่สุดอย่าง Zarya ที่มี Shield ใช้ถึงสองอัน ทำให้เธอไม่ต้องเอาเพื่อนไปเก็บ Energy เพียงแค่เธอคนเดียวก็สามารถทำให้ Energy ไปถึง 80 ได้อย่างง่ายดาย

แต่ตำแหน่งที่น่าจะไม่มีใครอยากเล่นเท่าไรในช่วงนี้ก็คือ Supports เพราะว่า Tank ที่หายไปหนึ่งตัว ทำให้ไม่มีใครมาปกป้องพวกเขาได้ Tank ที่มีในหนึ่งเดียวก็ต้องทำหน้าที่เป็น Frontline ของทีมอยู่แล้ว คงไม่สามารถมาแบ่งเวลาให้กับ Supports แนวหลังได้มากนัก นอกจากกว่า DPS ทั้งสองจะเป็นตัวล้วงทั้งคู่ พอเวลาเลือดจะหมด ก็แวะมาเอาเลือด และไปล้วงใหม่ ก็กำให้ Tank อยู่คุม Supports ได้

ในเรื่องของ Map ใหม่นั้นสามารถ Design ก็ทำออกมาได้ตามมาตรฐานของ Blizzard ถึงบางจุดจะมีการหยิบยืมจาก Map นั้นอย่าง Map นี้อย่าง แต่ก็สามารถดัดแปลงได้อย่างลงตัว

และสุดท้าย Mode ใหม่อย่าง Push ส่วนตัวผมค่อนข้างชอบ เพราะโหมดนี้มันคือ Escort ที่ทั้งสองทีมต้องรุกและกันในเวลาเดียวกัน เลยทำให้จุดยุทธศาสตร์ของ Mode นี้โยกย้ายกันตลอดเวลา ซึ่งถ้าทั้งสองทีมดันกันไปเกือบจะสุดทาง มันจะเป็นอะไรที่สนุกสุดยอดมาก ๆ เลย

สรุปแล้วเกมในตอนนี้ ดีไหม?

Overwatch 2 นั้นนับว่าเป็นเกมที่สนุกสุดเหวี่ยง และการ Rework ของเหล่าฮีโร่ก็ยอดเยี่ยม ในวันแรกที่เปิดให้เล่น ผมได้เล่นกับเพื่อนแบบข้ามวันข้ามคืนกันเลย แต่นั่นไม่ได้หมายความว่ามันเป็นเกมใหม่ โอเค ในด้าน Technical มันก็คือเกมใหม่ในชื่อ Overwatch 2 แต่มันให้ความรู้สึกเหมือนเป็นภาคเสริมที่มีเนื้อหาที่เข้มข้น เปรียบเสมือนการยกเครื่องใหม่ของ Overwatch 1 เพียงเท่านั้น แต่สำหรับใครที่เป็นแฟนอันเหนียวแน่นของจักรวาล Overwatch นี้จะเป็นเกมใหม่ที่พวกคุณไม่ควรพลาด

การสนทนา

เป็นคนแรกที่จะได้คอมเมนท์
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อให้แน่ใจว่าคุณได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุด อ่านเพิ่มเติม